รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
วิสัยทัศน์ :: สร้างคนดี มีปัญญา พึ่งพาตนเอง    ค่านิยมองค์กร :: มุ่งผลสัมฤทธิ์ แนวคิดใหม่ บริการด้วยใจ โปร่งใสสะอาด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30
หน้าแรก   >   ผลงานวิชาการ สพม.30   >

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

วันที่ 27 กรกฎาคม 2564
เจ้าของบทความ สพม.30 จ.ชัยภูมิ
จำนวนการดู 840 ครั้ง

ชัยรัตน์ เจริญสุข
Chairat Chareonsok
ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา
School Director
, Nongbuadaengwittaya School
E-mail : chareonsok1976@gmail.com


การส่งเสริมรักการอ่านเป็นกลไกสำคัญที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้จักแสวงหาความรู้จากการอ่าน ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างเด็ก และเยาวชนไทยให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ การประเมินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริม รักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา ปีการศึกษา 2562 โดยใช้รูปแบบซิป (CIPP Model) ประชากร ประกอบด้วย นักเรียนจำนวน 2,580 คน ครู จำนวน 156 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 160 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบประเมิน แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 9 ฉบับ ฉบับที่ 1 แบบประเมินด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ฉบับที่ 2 แบบประเมินด้านปัจจัยพื้นฐาน ฉบับที่ 3 แบบประเมินด้านกระบวนการ ฉบับที่ 4 แบบประเมินด้านผลผลิต ประกอบด้วยชุดที่ 1 ประเมินกิจกรรม โครงการส่งเสริมรักการอ่าน ชุดที่ 2 ประเมินรักการอ่าน ชุดที่ 3 ประเมินพฤติกรรม นักเรียนชุดที่ 4 ประเมิน ความพึงพอใจ ของนักเรียน ชุดที่ 5 ประเมินความพึงพอใจครูและผู้ปกครอง นักเรียนชุดที่ 6 แบบบันทึกระดับผล การเรียนของนักเรียน การวิเคราะห์เครื่องมือมีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา ระหว่าง 0.79 ถึง 0.89 และมีความเชื่อมั่น ระหว่าง 0.733 ถึง 0.759 การประเมินสรุปได้ ดังนี้

  1. ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อมครูและปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นว่าบริบทหรือสภาวะ แวดล้อมของโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ย 4.63 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
    คือการกำหนดหลักการของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    นโยบายของโรงเรียน การกำหนดวัตถุประสงค์สอดคล้องกับปัญหาและหลักการของโครงการ และพบว่าการ
    กำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลักการของ โครงการมีความสอดคล้องกันประกอบกับ มีการเตรียม การ
    ภายในของสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก
  2. ด้านปัจจัยพื้นฐานโครงการส่งเสริมรักการอ่านโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ย 4.54 ครูและผู้ปกครองนักเรียนมีความเห็นว่ารายการที่มีความพร้อมซึ่งมีค่าเฉลี่ย สูงสุดคือมีครู และบุคลากร รับผิดชอบโครงการเพียงพอมีนโยบายและวิสัยทัศน์ของสถาน ศึกษาสนับสนุน มีวัสดุ อุปกรณ์สื่อและอาคารสถานที่
    เพียงพออยู่ในระดับมากที่สุด
  3. ด้านกระบวนการโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านครูและผู้ปกครองนักเรียนมีความ คิดเห็นว่าด้าน
    กระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ย 4.57 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือมีปฏิทินการนิเทศภายในมีการประเมินการทำงานมีคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบและมีการให้ คำปรึกษาแนะนำ
  4. ด้านผลผลิต

4.1 ผลการประเมินกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่านโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.45
เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ กิจกรรมประจำวัน คือ กิจกรรมเกมบันไดดาว กิจกรรมบรรณา
นิทัศน์ออนไลน์ กิจกรรมบริการยืม-คืน,ช่วยค้นคว้า,ตอบคำถาม กิจกรรมบันทึกรักการอ่าน กิจกรรมวงล้อ
อาเซียน กิจกรรมสืบค้นออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง กิจกรรมหนังสือเดินเท้า กระเช้าเดินทาง กิจกรรมอิงลิชทูเดย์
และกิจกรรมประจำสัปดาห์ คือ กิจกรรม ณ เณรก้าวหน้า 4 R สร้างสรรค์ กิจกรรมถุงผ้าสู่ชุมชน กิจกรรม
ธรรมมะสัญจร กิจกรรมร้อง เต้น เล่น ละคร กิจกรรมเสียงตามสาย เช้าวันจันจะส่งให้ใหม่กิจกรรมอ่านข่าวเล่า
ความรู้หน้าเสาธง

4.2 ผลการประเมินรักการอ่านของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ย 4.55 ข้อที่มี
ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือให้ความสำคัญของการอ่าน อ่านอย่างต่อเนื่องใช้เวลาว่าง ให้เป็น ประโยชน์โดยการอ่านอ่าน
หนังสือได้หลายประเภท และอ่านหนังสือได้ จำนวนหน้าเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด

4.3 ผลการประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.46 ข้อที่มี
ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือนำการอ่านมาเป็น กิจวัตรประจำวันนักเรียนมีสมุดบันทึกการอ่าน และเข้าเรียนตรงเวลา

4.4 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.47 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ พึงพอใจต่อเครือข่ายส่งเสริมการอ่านภายในพึงพอใจกิจกรรมคือ กิจกรรมวงล้ออาเซียน และกิจกรรมโครงการมีความเหมาะสม

4.5 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ผู้ปกครอง
นักเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการมีความคิดเห็นว่ามีความพึงพอใจต่อ โครงการส่งเสริมรักการอ่านโดยรวมอยู่
ในระดับมากค่าเฉลี่ย 4.40 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การมีส่วนร่วมของนักเรียนความพึงพอใจต่อเครือข่าย
ส่งเสริมการอ่านภายในโรงเรียน และความพึงพอใจ กิจกรรมว่างจากงานอ่านทุกคน อยู่ในระดับมาก

4.6 ผลการเปรียบเทียบระดับผลการเรียนจากคะแนนผลการสอบปลายปีระหว่าง ปีการศึกษา
2561 กับ 2562 ใน 5 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ
พบว่าปีการศึกษา 2561 นักเรียนได้ระดับผลการเรียนระดับ 3 รวม 5 วิชาหลัก จำนวน 201 คน ปีการศึกษา
2562 นักเรียนได้ระดับผลการเรียนระดับ 3 รวม 5 วิชา หลักจำนวน 362 คน นักเรียนมีระดับผลการเรียน
ระดับ 3 เพิ่มขึ้น 161 คน คิดเป็นร้อยละ 23

คำสำคัญ : ส่งเสริม,รักการอ่าน

บทความวิชาการ ล่าสุด

© Copyrights 2018. All rights reserved.